Thursday, January 11, 2007

DC ดีจริงๆ Last Episode

มีรูปหลงๆของ DC มาให้ดู
IMG_1089

IMG_1090

ไอ้เสาสูงเสียดยอดเมฆที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมหนึ่งของสนามหลวงเมือง DC มีชื่อว่า Washington monument for Tourist Memory (อันหลังเป็นสมัญญานามที่ฉันแต่งตั้งให้เอง)ถือกำเนิดเมื่อปี 1848 สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บิดาแห่งชาติเมริกันนามสกุลเดียวกันกับอนุสรณ์สถาน มีนามว่า George คิดว่าคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ไม่เข้าใจว่าทำไม่ออกแบบเป็นแท่งคล้ายธูปยักษ์ที่หล่นทับคนนครปฐมตายเมื่อหลายปีก่อน ข้างในมีลิฟต์ขนมนุษย์ขึ้นไปจนถึงยอดเพื่อส่องดูทัศนียภาพของเมืองแบบ bird eye view

ก่อนที่จะย่างกรายเข้าไปสักการะได้นอกจากจะต้องผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียด(ซึ่งเหมือนกันกับทุกที่ในเมริกา)ยังต้องเข้าไปต่อแถวรอคิวขอบัตรเข้าชมซึ่งมีลิมิตว่าวันหนึ่งจะให้ขึ้นได้กี่รอบ รอบละกี่คน หากไปสายแม้แต่เสี้ยววินาทีเป็นอันว่าต้องรอวันใหม่เนื่องจากบัตรหมด

IMG_1096

นี่คือภาพมุมสูงเมื่อมองจากจุดสุดยอดของธูปยักษ์

เดินออกไปนอกอำเภอเมืองเล็กน้อยจะเจออำเภอเล็กๆ มีชื่อว่า George Town มีตึกแถวสีลูกกวาดที่อะแด๊ปท์ตัวเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ตั้งเรียงรายเป็นพืดขนานกันทั้งสองฟากฝั่งของถนน บางทีมีเนินสูงๆต่ำๆดูสวยเก๋ไปอีกแบบ

IMG_1105

IMG_1104

ฉันเดินหลงเข้าไปในร้าน club monaco ร้านเสื้อผ้า(ชั้นนำ)ไปแหวกคุ้ยกองลดราคาได้กางเกงลูกฟูกสีแดงมาหนึ่งตัวราคา 9 บาท(บาทคือดอลลาร์-ฉันเอง)จากราคาเดิม 159 บาท ไม่รู้มันบอก(โคตรผ่าน)รึเปล่าแต่เอาเหอะถือว่าเป็นรางวัลชีวิต

ที่นี่ค่าตัดขากางเกง 20-40 บาทนะฮะ แพงอิ๋บอ๋าย สู้บ้านเราไม่ได้ หลังจากช้อปปิ้งกางเกงหนึ่งตัวและแวะกิน brunch ที่ fast food ยกระดับคือไม่ต้องช่วยตัวเองเพราะมีบริกร บริเกิลล์และบริเกย์ คอยบริการ เราออกเดินแบบไร้จุดหมายเพื่อมุ่งหน้าไปยัง George Town university ที่มีดีกรีเป็นมหา'ลัยคริสเีตียนแห่งแรกของเมริกา

IMG_1111

รูปสุดท้ายถ่ายที่ DC เป็นรูปตึกตึกหนึ่งไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร แต่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพเลยชักภาพกลับมาฝาก

IMG_1112





Wednesday, January 10, 2007

DC ดีจริงๆ ตอน smithsonian

29 ธันวา

ปุจฉา
รู้ไหม"พิพิธภัณฑ์"แปลว่าอะไร?

วิสัชชนา
พิพิธ เป็น เวิร์บ แปลว่ารวบรวม ส่วน ภัณฑ์ เป็น นาวน์ แปลว่า สิ่งของ สมาสกันได้ความหมายคล้ายกับคำว่า"โกดัง" น่าชมเชยนักปราชญ์ชาติสยามเนอะที่เข้าใจเลือกเอาคำนี้มาถอดความของคำ museum ในภาษาอังกฤษ เพราะ museum บ้านเราทั้งในกรุงเทพฯและ ตจว. กำลังประพฤติตัวคล้ายโรงเก็บของเข้าไปทุกที ฉันถึงเกิดอาการริษยาเมื่อได้ไปเห็น museum จริงๆ(ซึ่งมักสถิตย์อยู่ตามประเทศพัฒนาแล้ว)ถึงกับอยากอาราธนามาประดิษฐานโชว์ให้ประชาชนชาวสยามได้ปลาบปลื้มไปกับฉันด้วย ครั้งนี้ก็มาอีหรอบเดียวกัน

จุดหมายหลักของการมาเที่ยว DC ของฉันคือการเข้าไปเยี่ยมชมหมู่พิพิธภัณฑ์ smithsonian ไม่ผิดหรอกที่เรียกว่าหมู่ เพราะอาณาบริเวณของพิพิธภัณฑ์นั้นกว้างใหญ่และคลอบคลุมหลากหลายเรื่องราว ตั้งแต่วิทยาศาสตร์จ๋าๆ เทคโนโลยี ศิลปะจากทั่วทุกมุมโลก วัฒนธรรม มนุษยวิทยา ไดโนเสาร์ สัตว์ป่า อัญมณี เครื่องบิน สากกระเบือ และ เรือรบ จัดแบ่งเป็นหมวดหมู่อยู่ตามตึกต่างๆ ใครใคร่ดูอะไรก็ขวนขวายเข้าไปดูอะนั้น ที่สำคัญมากๆ คือ ไม่ต้องเสียค่าเข้าชมสักบาท เป็นไงละ ฉันนี้ปลื้มแทนประชาชนเมริกันเลยนะที่มีรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาหาความรู้ขนาดนี้ ดีกว่าบางประเทศที่กระแดะทำตัวไฮโซอยากเป็นผู้นำแฟชั่นโลกทั้งๆที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังวิ่งจับกบหลังฝนตกกันอยู่เลย!

นี่คือ list รายชื่อของพิพิธภัณฑ์(บางส่วน)
National Air and Space Museum:จัดแสดงเรื่องราวของการบินตั้งแต่เริ่มแรกสุดคือมนุษย์ติดปีก(นี่คิดเอาเองนะเพราะไม่ได้เข้าไปดูเนื่องจากไม่ค่อยถูกจริตกับเทคโนโลยี) ,บอลลูน, วิวัฒนาการของเครื่องบินตั้งแต่รุ่นพริมิทีฟจนถึงรุ่นล้ำที่ยังไม่มีใครเคยเห็น!(ไม่รู้จะมีโชว์หรือเปล่านะ)

National Museum of Natural History:จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา

IMG_1044

IMG_1048

ตรงโถงกลางมีรูปสตัฟฟ์ช้างแอฟริกันเป็นตัวดึงดูด

โซนน่าสนใจคือเรื่องกำเนิดโลก ตั้งแต่การระเบิดครั้งใหญ่ วิวัฒนาการของสรรพชีวิตเริ่มจากสัตว์เซลล์เดียว สองเซลล์ หลายเซลล์ สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน ไดโนเสาร์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บรรพบุรุษมนุษย์ จนกระทั่งกลายเป็นตัวเรา

ที่น่าตื่นตาก็คือโครงกระดูกสัตว์โบราณต่างๆ และไดโนเสาร์ เห็นจะเป็นที่ชอบอกชอบใจของบรรดาหนูหริ่งหนูหรั่งทั้งหลาย เพราะส่งเสียงเจี้ยวจ้าววิ่งเต๊ะท่าถ่ายรูปกันให้วุ่น

IMG_1061

IMG_1060

IMG_1055

IMG_1056

อีกโซนหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ geology,gems and minerals ไฮไลท์อยู่ที่เพชรบลูไดมอนด์ขนาดเขื่องราคาหลายหลายล้านบาท เสียดายที่ฉันไม่สามารถฝ่าฟันฝูงมนุษย์เข้าไปเพ่งพินิจได้เต็มตาจึงต้องหลบลี้ออกมาก่อนจะโดนเบียดตาย

Freer Gallery of Art
Arthur M.Sackler Gallery
ทั้ง 2 แห่งเป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะจากโลกตะวันออกตั้งแต่อียิปต์,ตะวันออกกลาง,ตะวันออกไกล,อนุทวีป(อินเดียและเอเชียใต้) และอุษาคเนย์ เป็นที่ที่ฉันชอบมากที่สุดเพราะช่วงนี้กำลังอินกับศิลปะตะวันออกอย่างมาก ถึงกับอยากเป็นนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญภาษาสันสกฤตเลยนะเนี่ยะ


IMG_1079

IMG_1080

IMG_1082

IMG_1083

IMG_1085

IMG_1088

รูปสุดท้ายป็นเศียรพระพุทธรูปนะฮะ ขอให้สังเกตดู หล่อเหมือนรูปปั้นกรีกเลยชิมิ

สมัยพุทธกาลจนกระทั่งเลยพุทธปรินิพพานมาหลายร้อยปียังไม่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นบนแผ่นดินชมพูทวีปนะ เพิ่งจะมีก็ตอนที่กรีกแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในลุ่มแม่น้ำสินธุและคงคา เคยได้ยินชื่อพระเจ้ามิลินท์ไหมเป็นกษัตริย์องค์เดียวกันกับที่กล่าวถึงใน"มิลินทปัญหา"ซึ่งเป็นบทโต้ตอบระหว่างพระองค์กับพระนาคเสนเกี่ยวกับปรัชญาทางพระพุทธศาสนา เป็นหนังสือชื่อดังมากและมีคนกล่าวว่าชาวพุทธเถรวาททุกคนควรได้อ่าน(ฉันก็ยังไม่เคยได้อ่านหรอก กะว่ากลับเมืองไทยจะไปหาซื้อมาอ่านบ้างจะได้ไม่ตกเทรนด์)

พระองค์เป็นกษัตริย์เชื้อสายกรีกมีอีกชื่อหนึ่งว่า เมนันดอร์ คาดว่าประเพณีการหล่อพระพุทธรูปน่าจะถือกำเนิดขึ้นในสมัยพระองค์นี่แหละ ดังจะเห็นว่ามีอิทธิพลกรีกเป็นส่วนผสมหลัก กว่าจะเป็นพระพุทธรูปในรูปแบบที่เราเห็นต้องวิวัฒนาการนับเป็นพันๆปีเลยนะ แล้วสมัยก่อนเขาทำรูปเคารพบูชาพระพุทธเจ้าอย่างไร?
คำตอบคือใช้สัญลักษณ์เป็นตัวแทนเหตุการณ์สำคัญต่างๆในพุทธประวัติ เช่น ดอกบัวแทนปางประสูติ,ต้นโพธิแทนปางตรัสรู้,ธรรมจักรและกวางหมอบแทนปางปฐมเทศนา และสถูปแทนปางปรินิพพาน เก๋ไหมฮะ
ถ้าอยากเห็นของจริงที่ยังสวยอยู่แนะนำให้ไปที่สถูปสาญจีที่อินเดีย

National Zoological Park:ที่เล่าไปแล้วเมื่อวาน

และอีกมากมายลองเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่
www.si.edu
(โอ้ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันทำลิ้งค์เป็น ง่ายชิบหาย)

ฉันใช้เวลาเที่ยวชมอยู่ 2 วันได้แค่ที่เขียนมานั่นแหละ ถ้าใครรักที่จะศึกษาหาความรู้แล้วละก็ แนะนำให้ตีตั๋วมาเที่ยว DC สักหนึ่งสัปดาห์ วนเข้าวนออกอยู่แถวนี้แหละรับรองอิ่มเอมและอิ่มเอิบจนกระอักตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ

จบข่าว














sorry มากๆ

เกิดอุบัติเหตุทางด้านเทคนิคอย่างไม่น่าให้อภัย รูปที่โพสต์เอาไว้หายเกลี้ยง เดี๋ยวจะโพสต์ไว้ให้ดูใหม่แต่จับคู่กันเอาเอง

set boston
IMG_0891

IMG_0894


IMG_0896

IMG_0897

IMG_0902



set DC zoo
IMG_1005

IMG_1003


IMG_1010

IMG_1007

IMG_1014

IMG_1015

IMG_1026

IMG_1027

IMG_1028

IMG_1037

Tuesday, January 9, 2007

DC ดีจริงๆ ตอน ไปเที่ยวสวนสัตว์

29 ธันวา

วันนี้ไปเที่ยวสวนสัตว์ซึ่งเป็นหนึ่งใน smithsonian museum group ไม่ได้แค่จัดแสดงสัตว์อย่างเดียวนะ ยังมีเงินทุนวิจัยในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ เช่นการอนุรักษ์ การเพาะพันธุ์ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ มีคนไทยเคยได้รับด้วย เห็นว่าทำวิจัยเรื่องการอนุรักษ์เสือลายเมฆในป่าห้วยขาแข้งนี่แหละ(หากจำผิดมาต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย)

ฉันชอบไอเดียของคนจัดแสดงสัตว์ เพราะไม่ใช่แค่ just ใส่กรงไว้ให้ดูแต่มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเป็นความรู้ในเรื่องที่น่าสนใจซึ่งย่อยมาแล้วให้เข้าใจง่าย จัดเป็นรูปแบบแปลกๆ ให้หยุดยืนอ่านพร้อมกับชี้โบ้ชี้เบ้เสาะสายตาดูว่าที่อ่านนั้นตรงกับความจริงที่เราลืมสังเกตบ้างหรือเปล่า

IMG_1005

IMG_1010

IMG_1003

IMG_1001

IMG_1007

รูปสุดท้ายในเซตนี้ เป็นรูปซีเล็บจากเมืองไทยขอให้สังเกต overcoat สีแดงเลือดนกให้ดี สวยมาก

ภายในสวนสัตว์จะแบ่งเป็นโซน เช่น asian trail จัดแสดงสัตว์จากเอเชีย จำพวกหมีหมา หมีควาย กระจง เก้ง กวาง แต่ไม่ค่อยเห็นเพราะมันคงหลบหนาวกันหมด, great ape zone,invertebrate zone,reptile zone ส่วนที่เป็น high light คือเจ้าแพนด้าน่ารัก 2 ตัวจากเมืองจีนที่เป็นทูตสันติภาพระหว่าง 2 ประเทศนี้ กรรมวิธีการดูง่ายกว่าที่สวนสัตว์เชียงใหม่มากเพราะแค่ just ดู ที่เชียงใหม่ต้องไปซื้อตั๋วอีก 50 บาทนะฮะกว่าจะได้เข้าไปยลโฉม

IMG_1014

IMG_1015

แต่ที่อิมเพรสด์ฉันที่สุดคือเจ้าฮิปโปตัวยักษ์ฮ่ะ เพราะที่เคยเห็นมีแต่นอนแช่อิ่มอยู่ในบ่อน้ำไม่เคยเห็นมันกระทำกริยา"เดิน"เหมือนเช่นครั้งนี้

IMG_1027

IMG_1028

ส่วนนี่เป็นรูปบีเวอร์ของจริง

IMG_1037

จบข่าว

DC ดีจริงๆ

คุณูปการใหญ่หลวงของการมีบัตรเครดิตในเมริกาคือความง่ายในการเข้าถึงบริการต่างๆ ทั้งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างการซื้อของใน super market ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน เช็คบิลเวลารับประทานอาหารในภัตตาคาร หรือนอกเหนือจากเรื่อง กิน ขี้ ปี้ นอน เช่นการจับจองโรงแรม พิพิธภัณฑ์ ตั๋วรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน เรือ ฯลฯ เพราะฉะนั้นไม่ค่อยมีความจำเป็นในการพกเงินสดติดตัวมาเยอะ(อย่างฉัน)ให้โทรไปขอเพิ่มวงเงินกับบริษัทบัตรเครดิตจะ work กว่ามาก

เรา(ฉัน,ดีดี้ และ พรสรร) มีโปรแกรมไปเที่ยวดีซี ในช่วงวันสุกดิบก่อนจะไปเคาท์ดาวน์ที่ นิวยอร์ค เราออกเดินทางในตอนเช้าของวันที่ 28 ธันวา ด้วยรถ greyhound ตอนจองทางอินเตอร์เน็ท ก็ดูโก้เก๋ดีนะฮะแต่กรรมวิธีในการ bording โคตรทาสศักดินา 5 ไร่เลยฮ่ะ แปลว่าใครใคร่นั่งนั่ง เพราะฉะนั้นเราต้องไปต่อแถวท้าลมหนาวก่อนเวลารถออกอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเพื่อเป็นการประกันว่าจะไม่ได้นั่งในที่อับโคจรเช่น หน้าห้องน้ำเป็นต้น

รถออกจาก boston ตอน 7 โมงเช้า ฉันนั่งหลับไปตลอดทาง แวะเข้าห้องน้ำบนรถครั้งหนึ่ง เปิดประตูเข้าไปถึงกับช็อคนี่ถ้าเป็นโรคหัวใจคงตายไปแล้ว ไม่คาดคิดว่าห้องน้ำจะทาสฯยิ่งกว่า เคยเห็นส้วมหลุมไหมฮะ นั่นเลย ลักษณะเป็นถังทรงกระบอกฝังตัวในโพเดียมสูงประมาณต้นขา ข้างในมีของเหลวไม่ทราบที่มาไหลกระฉอกไปตามแรงเหวี่ยงของตัวรถ เวลาปฏิบัติภารกิจก็ just เยี่ยวให้มันลงไปกองรวมกันแล้วก็ปิดฝาไม่ต้องราดให้เปลืองน้ำ อี๋แหวะ น่ารังเกียจยิ่งกว่าส้วมบนรถไฟในอินเดียอีก

ฉันพยายามนั่งสะกดจิตตัวเองให้ลืมภาพอันน่าสะอิดสะเอียนนั้นไปตลอดทางและปวารณาตัวว่าจะไม่ยอมเข้าห้องน้ำบนรถอีกแม้จะต้องเป็น cystitis ก็ยอม

เราแวะต่อรถที่ port authority bus station ชื่อโคตรหรูเลย แปลเป็นไทยได้ว่า บขส.
นิวยอร์คจากหน้าต่างรถ greyhound ดูวุ่นวายใช่ย่อย ลักษณะเป็นเมืองมุมฉากเหมือนชื่อหนังสือของ ปราบดา หยุ่น เรามีเวลาไม่มากเลยแวะกิน fast food ภายใน บขส. อาหารตะวันตกมักหนักไปทาง คาร์โบไฮเดรต และไขมัน หาพวกพืชพักมีน้อย คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เมริกันชนตัวใหญ่และอ้วนเว่อร์ โดยเฉพาะพวก african-american

จากนิวยอร์คไปดีซีใช้เวลาอีก 5 ชั่วโมง เราไปถึงตอน 5 โมงครึ่งแวะกิน fast food (อีกแล้ว) ก่อนจะออกเดินทางไปยังที่พัก ดีดี้จองที่พักที่สถานทูตไทยนะฮะ เปิดให้พักเฉพาะนักเรียนทุนที่มาเรียนในเมริกาพร้อมผู้ติดตาม อยู่ห่างจากย่านเมืองไกลเหมือนกันแต่รายล้อมไปด้วยสถานทูตจากชาติต่างๆทำให้ดูภูมิฐานขึ้นเยอะ

ดีซี ย่อมาจาก district of columbia ซึ่งมาจากไหนไม่รู้ เป็นเขตปกครองพิเศษ เหมือนพัทยากับ กทม.บ้านเรา เป็นศูนย์รวมของสำนักงานรัฐบาลกลางและเป็นที่ตั้งของหมู่พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และเริ่ดที่สุดคือ smithsonian museum การเดินทางไปไหนมาไหนก็ใช้รถไฟใต้ดินเพียงแต่แปลกกว่าที่อื่นในเมริกาคือคิดเงินตามระยะทางเหมือน BTS

เราไปถึงสถานทูตตอน 2 ทุ่มกว่าจัดการธุรกรรมเรียบร้อยก็กู๊ดไนท์ฮ่ะ

Boston อีกแล้ว

คิดว่ากลับเมืองไทยคงต้องขวนขวายหาความรู้วิชาคอมพิวเตอร์ติดตัวไว้บ้างเพราะทำอะไรไม่เป็นเลย ยังดีนะที่มีดีดี้คอยบอกใบ้มาทาง MSN ไม่งั้นง่อยฮ่ะIMG_0891
นี่คือย่าน down town ในวันหมอกคลุมดูมลังมเลืองดีไหมฮ่ะ

IMG_0895

IMG_0896

ตัวเมืองเป็นแบบกลางเก่ากลางใหม่นะฮะ่ เนื่องจากรัฐแถวนี้เป็นรัฐแรกๆที่ประชาชนจากโลกเก่า(ในที่นี้คือพวกยุโรป)มาตั้งถิ่นฐาน เลยได้เอาสถาปัตยกรรมจากมาตุภูมิมาติดตั้งที่นี่ด้วย โดยเฉพาะพวกอังกฤษซึ่งเข้ามายึดหัวหาดเป็นเจ้าอาณานิคม ดังจะเห็นได้จากตึกเก่าๆ(ที่เขาว่ากัน)สไตล์โคโลเนียล,วิคตอเรีย อะไรเทือกนี้แหละฮ่ะ

IMG_0897

ในย่านเมืองเก่าฟากฝั่งยุโรปที่ฉันเคยได้ไปเห็นมา(รวมที่นี่ด้วย)มักจะคุมโทนสีของสิ่งปลูกสร้างไว้ในทิศทางเดียวกันนัยว่าเป็นการอนุรักษ์ทัศนียภาพไม่ให้ประดักประเดิดลานสายตามากจนเกินไป อย่างเช่น 7:11 ก็ยังต้องอแด๊ปเฉดสีให้ดูมึนทึมเพื่อกลืนไปกับตึกรอบข้างด้วย เหมือนกับ McDonald ที่ถนนราชดำเนินนั่นแหละ

IMG_0902

นี่ก็เป็นสัญลักษณ์ของเมริกาฮ่ะ STARBUCKS COFFEE

IMG_0904

สุสานในย่านเมืองเก่าที่เก๊าเก่าประมาณฝังร่างของ bostonian รุ่นแรกๆ มีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง นี่คือหนึ่งในนั้นเริ่ดนะฮ่ะเพราะสุสานรายล้อมไปด้วยตึก ทั้งที่อยู่อาศัยและสำนักงาน บางตึกยังมีประตูหลังเปิดออกมาชมด้วย น่าจะเปิดเป็นคาเฟ่จิบกาแฟไปเลยเนอะ

IMG_0894