31 ธันวา
เกิดอารมณ์เซ็งขึ้นมาในทันทีเมื่อรู้ว่าโรงแรมระดับดาวครึ่งที่จองไว้ใน New York กำหนดเวลาเช็คอินเอาไว้"ตั้ง"บ่ายสามโมง เพราะนั่นหมายความว่านับจากเย็นนี้เป็นต้นไปเมื่อฉันออกเดินทางจาก DCเพื่อไปร่วมงาน count down ประจำปี ฉันจะไม่มีที่ซุกหัวนอนไปจนถึงวันที่ 1 ตอนเย็น!
เมื่อแรกที่ตัดสินใจเป็น homeless ในวันขึ้นปีใหม่ นอกจากอยากได้ประสบการณ์ระทึก(หลังจากที่เคยทำมาแล้วหนึ่งคืนที่ florence,italy เมื่อ 4ซ้า5ปีก่อน)เหตุผลหลักก็คือเป็นการประหยัดเงินไปในตัวเพราะจากการเช็คราคาค่างวดโรงแรมตั้งแต่ระดับจิ้งหรีดจนถึงระดับกลางที่พอแอ๊ฟฟอร์ดได้ ตกคืนละ ร้อยบาทปลายๆทั้งนั้น(อีกครั้ง บาทคือดอลลาร์-ฉันเอง) อีกอย่างคงมีคนทำเหมือนเราและเข้าใจ(เอาเอง)ว่าคงมีมหรสพสมโภชน์"ปี"กันทั้งคืน แต่พอเอาเข้าจริงก็อดที่จะสมเพชตัวเองไม่ได้เพราะ New York ไม่ใช่อมก๋อย มันค่อนข้างพลุกพล่าน,น่ากลัว และไม่เป็นมิตรในยามค่ำคืน ครั้นพอจะกลับลำหันมาสู้ราคาโรงแรมก็ไม่ทัน เพราะเต็มหมด เลยได้แต่ปลงชีวิตและตั้งใจเอาไว้หากรอดมาได้จะไม่ประพฤติตัวเยี่ยงนี้อีก
เมื่อไม่มีทางเลือกจึงต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี แผนการทั้งหมดถูกระดมออกมาจากมันสมองของเรา(ฉัน,ดีดี้ และ พรสรร)กำหนดวิธีปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอนเริ่มจาก
1.สัมภาระจะเอาไปไว้ไหน?
plan A ต้องแยก survival kit ออกมาก่อนที่เหลือเอาไปฝากโรงแรมที่จองไว้
plan B ถ้ามันไม่ให้ ก็เอาไปฝากพี่คนไทยที่รู้จัก กลุ่มนั้นไปกัน 7 คนแต่จองห้องสำหรับ 2 คน(ไม่รู้ใครเสี่ยงกว่ากัน)
plan C ถ้าfail ทั้ง 2 แผนก็เอาเข้า locker ที่สถานีรถบัสหรือไม่ก็สถานีรถไฟ
2.เราจะไปนั่งเล่นนอนเล่นที่ไหน?เพราะไม่ใช่แค่ 1 คืนยังต้องคำนึงถึงเช้า,สาย,เที่ยง และ บ่ายของวันที่ 1 ด้วย
plan A หาร้านที่เปิดตลอดคืน นั่งในมุมอับ ซื้อของที่ละน้อยแต่บ่อยๆ ไม่ให้น่าเกลียด
plan B หากรอดได้จนถึงตีห้าครึ่งให้มูฟตูดไปนอนที่ grand central หัวลำโพงของ New Yorkplan C รอให้รอดจาก 2 แผนนั้นก่อนเหอะโอเค ค่อยคลายความวิตกกังวลขึ้นมาบ้าง ตอนนี้ต้องงีบหลับเอาแรงบนรถบัสเพื่อเก็บพลังงานเอาไว้สู้กับความหนาวเหน็บที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ชีวิตคือการต่อสู้แบบนี้ล่ะฮ่ะ------------------------------------------------------------เราวิ่งหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินทางใน subway ของ New York ด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีรถไฟให้ใช้บริการอยู่หลายสาย ตั้งแต่ AจนถึงZ แถมมี 1,2,3...อีกด้วย ต้นสายปลายสายก็เขียนแต่เพียง Uptown และ downtown แล้วแต่ว่าเราจะขึ้นเหนือหรือล่องใต้ ชื่อสถานีก็เป็นชื่อถนนซึ่งนับเป็นจำนวนนับ เช่น 5th avenue,66th street ไม่ค่อยมีวิสามัญนามอย่างบ้านเราให้จับสังเกต ขนาดที่ Paris ว่างงแล้วนะ พอเจอ made in New York ตายไปเลยเราไปถึงโรงแรมเอาเมื่อห้าทุ่มนิดๆ หลังจากบอกจุดประสงค์กับคุณลุงผู้ดูแลว่าจะเอาของมาฝากเนื่องจากจองโรงแรมไว้พรุ่งนี้(แต่วันนี้ไม่มีที่ซุกหัวนอน) คุณลุงดูงงเล็กน้อยแต่ก็ say yes และเก็บค่าเฝ้าสัมภาระใบละ 5 บาท อืืมม...แพงเหมือนกันนะนี่ แต่เอาเหอะดีกว่าต้องแบกไป count down ด้วย จากโรงแรมเดินลงใต้ซัก 5 นาทีจะถึง columbus circle เป็นอนุสาวรีย์ทรงแท่งเหมือนอนุสาวรีย์ชัยบ้านเรา ข้างหลังมี shopping mall ขนาดใหญ่ ด้านหน้าเป็นถนนที่ตัดตั้งฉากกับถนนที่มุ่งหน้าไปยัง time square ซึ่งเรามายืนใกล้สุดตรงหัวมุมที่ตัดกันนั่นแหละเนื่องจากคุณตำรวจไม่ยอมให้เข้าไปใกล้กว่านั้น อีก 10 นาทีเที่ยงคืนฉันยังคงรอความหวังว่าคุณตำรวจจะปล่อยให้เราเข้าไปเห็นเศษเสี้ยวของ time square แม้จะไกลประมาณ 10 กว่าบล็อคก็เหอะอีก 5 นาทีเที่ยงคืนยังคงยืนรออยู่ที่เดิม ขณะพิจารณาผู้คนที่ทนเบียดเสียดอยู่รอบข้างดันเกิดดวงตาเห็นธรรมว่ากูจะมาลำบากทำไม ปีใหม่หรือปีเก่ามันก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของเวลาที่เปลี่ยนผ่าน คุณค่าของมันคืออะไรวะ ทำไมต้องโหยหากันขนาดนี้อีก 4 นาทีเที่ยงคืนความสำคัญของปีใหม่สำหรับฉัน1.เป็นปีที่มักจะมีแผนการใหม่ๆในการดำเนินชีวิตผุดพรายขึ้นมาในศีรษะ ซึ่งที่จริงจะเริ่มทำเลยก็ได้เพียงแต่ต้องทำตอนปีใหม่เพื่อให้มัน"ใหม่" เพื่ออะไรก็ไม่รู้2.มีวันหยุดยาว โดยเฉพาะสยามประเทศที่มักจะชดเชยแล้วชดเชยอีกเพื่อตอบสนองต่อความอยากของประชาชนที่รักการทำมาหากินเป็นชีวิตจิตใจ แต่พอมาเป็นหมอรู้สึกว่าข้อนี้ไม่น่าสนใจอีกต่อไปเพราะหมอมีชีวิตไม่เหมือนใครอยู่แล้ว3.เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะตามห้างร้านมักจะลดราคา อากาศจะเย็นลงเล็กน้อยพอให้ปัดฝุ่นเสื้อผ้าคอลเล็คชั่น fall and winter มาใส่อวดกันได้ของฉันมีอยู่แค่เนี๊ยะ เพียงลำพังคงไม่สามารถกลายเป็นเหตุผลแสดงความชอบธรรมในการจัดงานฉลองบิ๊กๆ ได้แน่ๆ หรือของคนอื่นอาจจะมีมากกว่านั้น หรืออาจจะไม่มีอะไรเลย ก็แค่ just จัดน่ะ จะคิดมากไปทำไมอีก 1 นาทีเที่ยงคืนเมื่อ 2 ปีที่แล้วในถนนชองส์ เซลิเซ่ ฉันก็ไปร่วม count down กับเพื่อนมนุษย์หลายแสนคนเช่นกัน หรือว่าความสำคัญของการฉลองปีใหม่คือการเก็บบรรยากาศมาคุยโวให้คนอื่นฟังอีก 1/2 นาทีเที่ยงคืนฉันหมดหวังกับ time square และสิ้นหวังกับชะตาชีวิตของตัวเอง10-9-8-7-6-5โอ้วินาทีแห่งความสุข วินาทีแห่งความหวัง วินาทีแห่งความสดใหม่กำลังมาถึง ฉันยังคงยืนอยู่ท่ามกลางมนุษย์มองไปทางไหนก็ไม่เห็นอะไรนอกจากแขนขาและลำตัว 4-3-2-1-0 กรี๊ดและแล้วเราก็ผ่านการสำเร็จความใคร่ร่วมกัน เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนหนึ่งวินาที เมื่อโลก,ดวงจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ เปลี่ยนองศาการหมุน เมื่อเสียงคนนับล้านเปล่งคำว่าศูนย์พร้อมกัน ดีนะที่ฉันไม่ได้อุ้มท้องกลับมาค่าของการนับเลขถอยหลังในช่วงเวลาที่พอเหมาะมันสามารถสร้างรายได้ขนาดเลี้ยงเด็กโซมาเลียได้หนึ่งปีเลยทีเดียวนี่แหละความสามารถของมนุษย์

พลุตะไลไฟพะเนียงที่จุดเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่

time square หลังจากโดนรุมโทรมด้วยคนนับล้าน


รถแมลงสาบ ทั่วทุกมุมถนนมีปาร์ตี้จัดกันสุดเหวี่ยง อยากรู้จริงๆว่าใครนั่งอยู่ในรถนั้น

bilbord โฆษณาสินค้า




-----------------------------------------------------------------------
ฝนตกลงมาประปรายเมื่อเราเข้ามานั่งในร้าน cafe duke เหม่อมองออกไปด้านนอกยังไม่เงียบเหงาเท่าไร ผู้คนยังคนเดินเล่นฉลองปีใหม่กันอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งครึ่ง ฉันสั่ง hot chocolate กับ สลัดจานใหญ่มากินแก้เขินกะว่าไม่ไล่ก็ไม่ไป ตาก็มองนาฬิกาและภาวนาให้ทุกครั้งที่มองขอให้เข็มสั้นและเข็มยาวพร้อมใจกันเดินไปไกลจากจุดเดิมเพื่อให้ผ่านพ้นค่ำคืนที่แสนน่าเบื่อนี้สักที
เรานั่งเล่นcomputer,คุยกัน,นิ่ง,งง,ง่วงงุน,เบื่อหน่าย,มอง,ร้องเพลง,เซ็ง,หนาว,รอเวลา,ฆ่าเวลา,คิดถึงบ้าน,คิดถึงใครบางคน วนกลับไปกลับมาเป็นร้อยรอบ จนร้านเงียบ,เลิกขาย,เก็บโต๊ะ,กวาดพื้น,ถูพื้น,เช็คสต๊อค,ทำความสะอาด และพนักงานส่งสายตามาให้จับความได้ว่า"นี่พวกมึงไม่คิดจะไปไหนกันรึ"
ตีสี่ครึ่ง เราตัดสินใจหาที่อยู่ใหม่ เดินตากฝนผ่าน 5th avenue,madison avenue ตรงไปยัง grand central ซึ่งวันธรรมดาจะเปิดให้เข้าไปตอนตีห้าครึ่ง เสี่ยงดวงเดินไปด้านหน้า โอ้พระเจ้า เปิดแฮะ มีผู้คนเดินเข้าเดินออกมากมาย เราเลือกลงไปยัง basement ที่ขายอาหาร และตะลึงกับปริมาณ homeless ที่เจอ แหม!มาอยู่กันที่นี่เองปล่อยให้เราเหงาแทบตาย
ฉันเลือกที่นั่งตรงมุมร้าน bakery หมายมั่นว่าจะต้องนอนให้ได้เพราะเหนื่อยมาทั้งคืน แต่การนั่งๆนอนๆบนเบาะสี่เหลี่ยมมุมฉากมันช่างเป็นการทรมานสังขารยิ่งนัก ความพยายามข่มตาหลับเลยเป็นอันตกไป ในใจก็คร่ำครวญคิดถึงเตียงนุ่มๆผ้าห่มหนาๆ วันพรุ่งนี้ฉันจะนอน นอน และก็นอนอย่างเดียวเรื่องเที่ยวช่างมัน

ของใครก็ไม่รู้

จบข่าว